กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2565 ต้อนรับใหม่ 2566 ที่คนไทยต่างตั้งแต่รอที่จะได้เดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมญาติพี่น้อง หรือออกเดินทางท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศกันอย่างสนุกสนาน หลังจาก 2 – 3 ปี ที่ผ่านมา การเดินทางของคนไทยถูกจำกัด เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 2019 ทำให้หลังจากการแพร่ระบาดลดลง คนไทยก็ได้ออกมามาใช้ชีวิตปกติมากขึ้น
ดังนั้นการเดินทางของคนไทยในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในครั้งนี้เชื่อว่าจะประชาชนเดินทางออกจากบ้านมากที่สุด ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงรคมนาคม ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องการเดินทางของประชาชนในทุกรูปแบบ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง
ทั้งนี้ “นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด อำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในการเดินทาง พร้อมรังสรรค์ความสวยงามรื่นรมย์ให้กับพื้นที่คมนาคม เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยมีแผนดำเนินการใน 5 มิติ ภายใต้หลักการ “GIFTS” ดังนี้
G (Gift to People): คมนาคมส่งต่อความสุข ประกอบด้วย
1. เปิดให้วิ่งฟรีทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ช่วงอำเภอปากช่อง-อำเภอสีคิ้ว-อำเภอขามทะเลสอ และยกเว้นค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 และหมายเลข 9 ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2565 เวลา 00.01 น. จนถึงวันที่ 4 มกราคม 2566 เวลา 24.00 น.
2. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษบูรพาวิถีและกาญจนาภิเษก ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2565 เวลา 00.01 จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2566 เวลา 24.00 น.
3. ยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 เวลา 12.00 น. จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2566 เวลา 12.00 น.
I (Inspiration for Society and Environment): คมนาคมสร้างสรรค์สังคมไทย ห่วงใยสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย
1. รถโดยสารประจำทางพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) มาให้บริการประชาชนได้ครบทั้ง 1,250 คัน ภายในเดือนมกราคม 2566 ซึ่งเป็นรถเมล์ใหม่ที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
2. รถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV on Train) โดยจะเริ่มทดสอบการเดินรถได้ ในเดือนมกราคม 2566 ซึ่งจะทำให้ลดต้นทุนการใช้พลังงานได้ถึงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับหัวรถจักรดีเซล
3. เรือไฟฟ้า (EV Boat) ได้นำมาให้บริการประชาชนแล้ว ตั้งแต่ปี 2565 ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เรือไฟฟ้า จะให้บริการฟรี ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2566
F (Facilitation): คมนาคมสะดวก บริการประทับใจ ประกอบด้วย
1. ขยายเวลาการเดินรถเมล์ ในเขตกรุงเทพมหานคร ในเส้นทางที่ผ่านสถานที่จัดงานเคาต์ดาวน์ (Count Down) เช่น สยามพารากอน ไอคอนสยาม และเอเชียทีค ถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2566
2. ขยายเวลาเปิดให้บริการเดินรถของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2565 จนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2566
3. ขยายเวลาให้บริการของอาคารและลานจอดรถ MRT ทั้ง 2 สาย (สีน้ำเงินและสีม่วง) ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2565 จนถึงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2566
4. บริการจอดรถฟรี ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูเก็ต 29 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่3 มกราคม 2566
T (Tourist Promotion): คมนาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว ประกอบด้วย
1. ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เป็น “3 จุดเช็กอินแห่งใหม่”
-สกลนคร:โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางหลวงหมายเลข 213 ตอนสร้างค้อ – สกลนคร
-กรุงเทพมหานคร:โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางหลวงหมายเลข 9 (กาญจนาภิเษก) ตอนบางแค-คลองมหาสวัสดิ์
-เชียงใหม่:โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางหลวงหมายเลข 107 ตอนแม่ทะลาย-หัวโท
2. โครงการถนนสายแยกทางหลวงหมายเลข 2-พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ จังหวัดอุดรธานี เพื่อรองรับพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาสักการบูชาพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)
4. ฉึกฉักทั่วไทยท่องเที่ยวด้วยรถไฟ KIHA (คิฮะ) 183 จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้บริการแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยขบวนแรกจะเริ่มวิ่งให้บริการได้ในเดือนมกราคม 2566 เส้นทาง กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ
5. เสริมความแข็งแกร่งในการเดินรถ ด้วยหัวรถจักร “อุลตร้าแมน” จำนวน 50 คัน ทั่วประเทศ โดยจะนำมาแทนหัวรถจักรที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 60 ปี สร้างความแข็งแกร่งทั้งในด้านการขนส่งและสนับสนุนการท่องเที่ยวทางรางให้คึกคักมากยิ่งขึ้น ได้เริ่มนำมาวิ่งในรถด่วน และรถด่วนพิเศษแล้ว
6. ประดับไฟสะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 และสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ เพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับสะพาน ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของสายน้ำเจ้าพระยา
S (Safety Journey) :คมนาคมใส่ใจ ปลอดภัยทุกการเดินทาง ประกอบด้วย
ปรับปรุง ซ่อมแซม ถนน สะพานให้มีความสะดวกปลอดภัย ไร้หลุมบ่อ ติดตั้งเครื่องหมายจราจร ป้ายเตือนต่างๆ รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ ไฟส่องสว่าง เพื่อทัศนวิสัยที่ดีของผู้ขับขี่ ลดการเกิดอุบัติเหตุ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทาง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566
ส่วนการเดินทางบนท้องถนนที่ครอบคลุมไปทั้งรถส่วนบุคคล และรถสาธารณะ ในเรื่องของความปลอดภัยทั้งคนขับ และตัวรถ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกนั้น ได้ให้ความสำคัญอย่างมาก โดย “นายจิรุตม์ วิศาลจิตร” อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงวันหยุดยาวที่ประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปพักผ่อนท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งปีนี้ประเทศไทยเข้าสู่สภาวะปกติ มีการคลายมาตรการทางด้านสาธารณสุข คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเดินทางและใช้รถใช้ถนน เป็นจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน กรมการขนส่งทางบกขอแนะนำว่า สำหรับผู้ขับขี่รถในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ควรตรวจเช็กสภาพรถให้มีความพร้อมก่อนเดินทางทุกครั้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยตลอดการเดินทาง ทั้งนี้กรมการขนส่งฯร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” เพื่อให้บริการตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์และรถจักรยานยนต์เบื้องต้นก่อนเดินทาง กว่า 20 รายการ โดยไม่คิดค่าบริการ เช่น การตรวจระบบเบรก สภาพยาง การทำงานของเครื่องยนต์ ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง หม้อน้ำและรอยรั่ว ไส้กรองอากาศ การทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ เป็นต้น ซึ่งจะได้รับการดูแลจากช่างผู้ชำนาญงาน นอกจากนี้บางหน่วยงานยังมีบริการตรวจเช็กลูกหมากปีกนก ลูกปืนล้อ ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงท่อและข้อต่อน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพิ่มเติม ทั้งยังให้ส่วนลดค่าอะไหล่บางรายการอีกด้วย เจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์สามารถนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565
นอกจากนี้ผู้ขับขี่ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมเมื่อทราบว่าต้องขับรถเป็นระยะทางไกลๆ ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง หากมีอาการเหนื่อยล้าระหว่างการเดินทางควรหยุดพักในจุดที่ปลอดภัย วางแผนและศึกษาเส้นทางล่วงหน้า ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขับรถด้วยความระมัดระวังปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่ยานพาหนะ เพิ่มความระมัด ระวัง เมื่อต้องขับขี่ในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
เช่นเดียวกับผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่วิ่งให้บริการระหว่างจังหวัด ซึ่ง “นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) บอกว่า เทศกาลปีใหม่ 2566 ที่จะถึงนี้ บขส. ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นจากเทศกาลปีใหม่ 2565 ประมาณ 5% เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด2019 คลี่คลาย ประชาชนและนักท่องเที่ยวกลับมาเดินทางเพิ่มขึ้น โดยในเที่ยวไประหว่างวันที่ 28 – 29 ธันวาคม 2565 คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 50,000 – 55,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) เฉลี่ยวันละ 3,500 เที่ยว ส่วนเที่ยวกลับระหว่างวันที่ 2 – 3 มกราคม 2566 คาดว่ามีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ยวันละ 53,000 คน ใช้รถโดยสารประมาณ 3,300 เที่ยว
ทั้งนี้บขส. ได้ทำหนังสือขออนุญาตต่อนายทะเบียน กรมการขนส่งทางบก ให้ผู้ประกอบการนำรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) มาจัดเสริมในเส้นทางต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชนอย่างเพียงพอ โดยคาดการณ์ว่าจะมีรถโดยสารไม่ประจำทาง มาเสริมเที่ยววิ่งประมาณ 600 คัน จึงมั่นใจมีรถโดยสารเพียงพอรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างแน่นอน
สำหรับยอดจองตั๋วล่วงหน้าเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ในเส้นทางภาคเหนือ, ภาคใต้, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ของ บขส. ขณะนี้อยู่ที่ประมาณกว่า 90% ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด โดยเส้นทางกรุงเทพฯ -เชียงใหม่, กรุงเทพฯ – นครพนม, และกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ มียอดจองตั๋วล่วงหน้ามากที่สุด ซึ่งขอให้ผู้ใช้บริการเผื่อเวลาเดินทางมาขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งฯ ก่อนเวลารถออกอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง และขอให้ซื้อตั๋วที่ช่องจำหน่ายตั๋วเท่านั้น เพื่อป้องกันการหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ
“เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2566 ให้กับประชาชน บขส. ได้จัดโครงการ “HAPPY NEW YEAR 2023 ลด 10% ไปก่อน-กลับทีหลัง” โดยมอบส่วนลดค่าโดยสาร 10% ให้กับลูกค้าที่ซื้อตั๋วโดยสารผ่านช่องทางออนไลน์ Application E-Ticket หรือ Website บขส. www.transport.co.th เดินทางระหว่างวันที่ 21 – 27 ธันวาคม 2565 และวันที่ 3 – 9 มกราคม 2566 รวมทั้งได้เปิดให้บริการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางให้กับประชาชนทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ – 29 ธันวาคม 2565 เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ ศูนย์ซ่อมบำรุงและตรวจสภาพรถ บขส. (รังสิต) สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม โทร Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง”
นอกจากนี้ บขส.ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจรโดยรอบสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ ทั้ง 5 แห่ง จัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ สารเสพติดของพนักงานขับรถก่อนปฏิบัติหน้าที่ ตั้งจุดตรวจรถโดยสารบนทางหลวงสายหลัก และขอความร่วมมือองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และผู้ประกอบการรถแท็กซี่ นำรถโดยสารมารับผู้โดยสาร ในเที่ยวกลับ บริเวณชานชาลาขาเข้า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร)
ส่วนความปลอดภัยของรถโดยสารและพนักงานขับรถ ได้เน้นย้ำให้มีการเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง โดยตรวจเช็ครถโดยสารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ควบคุมความเร็วบนรถโดยสาร ไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง จัดพนักงานขับรถ 2 คน ในเส้นทางสายยาวที่ใช้เวลาเดินทางเกิน 4 ชั่วโมง และให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด2019 พนักงานขับรถต้องปลอดแอลกอฮอล์และสารเสพติด และให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการ 4 พร้อม คือ สถานีพร้อม, พนักงานพร้อม, รถโดยสารพร้อม และการบริการพร้อม ในการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร
ขณะที่การเดินทางระบบราง ซึ่งมีประชาชนใช้บริการในการเดินทางมากที่สุดนั้น “นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์” ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 รัฐบาลได้ประกาศให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด2019 เริ่มคลี่คลาย คาดการณ์ว่าจะมีประชาชน และนักท่องเที่ยวเดินทางทางรถไฟจำนวนมาก โดยขณะนี้ขบวนรถที่ให้บริการเป็นประจำ ตั๋วโดยสารถูกจองเต็มหมดทุกชั้นทุกขบวนแล้ว ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการในช่วงเทศกาลดังกล่าว ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ การรถไฟฯ จึงเปิดให้บริการขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร จำนวน 6 ขบวน ไป-กลับ ในเส้นทางสายเหนือ 2 ขบวน และสายตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ขบวน ซึ่งเป็นรถนั่งชั้น 3 จำนวน 54 คัน รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มประมาณ 8,000 คน/วัน
สำหรับขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร จำนวน 6 ขบวน ประกอบด้วย เที่ยวไป : วันที่ 29 ธันวาคม 2565 จำนวน 3 ขบวน ประกอบด้วย สายเหนือ 1 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถที่ 955 กรุงเทพ-ศิลาอาสน์ ออกจากกรุงเทพ เวลา 22.30 น. ถึงเวลา 07.30 น. และสายตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถที่ 967 กรุงเทพ-อุดรธานี ออกจากกรุงเทพ เวลา 21.15 น. ถึงเวลา 08.10 น. และขบวนรถที่ 977 กรุงเทพ-อุบลราชธานี ออกจากกรุงเทพ เวลา 21.45 น. ถึงเวลา 09.00 น.
เที่ยวกลับ : วันที่ 2 มกราคม 2566 จำนวน 3 ขบวน ประกอบด้วย สายเหนือ 1 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถที่ 962 ศิลาอาสน์-กรุงเทพ ออกจากศิลาอาสน์ เวลา 19.40 น. ถึงเวลา 04.10 น. และสายตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถที่ 934 อุบลราชธานี-กรุงเทพ ออกจากอุบลราชธานี เวลา 19.30 น. ถึงเวลา 06.25 น. และขบวนรถที่ 936 อุดรธานี-กรุงเทพ ออกจากอุดรธานี เวลา 21.10 น. ถึงเวลา 07.30 น.
นอกจากนี้การรถไฟฯ ได้มีการพ่วงตู้โดยสารของรถทุกขบวนให้เต็มหน่วยลากจูง เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชน และได้เร่งรัดการซ่อมบำรุงรถโดยสาร เพื่อนำออกมาให้บริการเพิ่มเติมเข้ากับขบวนรถที่เดินประจำในทุกเส้นทางที่จะให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2565 – 4 มกราคม 2566 โดยจะทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 100,000 คนต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อการเดินทาง และไม่มีผู้โดยสารตกค้าง อย่างไรก็ตามการรถไฟฯ ขอแจ้งงดให้บริการขบวนรถนำเที่ยว จำนวน 4 ขบวน ได้แก่ ขบวนที่ 909/910 กรุงเทพ-น้ำตก-กรุงเทพ และขบวนที่ 911/912 กรุงเทพ-สวนสนประดิพัทธ์-กรุงเทพ ในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 – 2 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อนำรถพ่วงมาหมุนเวียนใช้งานกับขบวนรถพิเศษในช่วงเทศกาลปีใหม่
การรถไฟฯ ได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการเดินรถ รองรับการเดินทางของประชาชน รวมทั้งได้จัดตั้งศูนย์ปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค สำหรับอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยการเดินทางแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ สารเสพติดของพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถ และประจำสถานีก่อนปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงห้ามจำหน่าย และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนขบวนรถ และบริเวณสถานีรถไฟ
อย่างไรก็ตามผู้โดยสารสามารถติดต่อซื้อตั๋ว และสำรองที่นั่งล่วงหน้าของขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร 6 ขบวนดังกล่าวด้วยระบบ D-Ticket หรือสถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย
เช่นเดียวกับ “นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ” ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า รฟม.ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และ รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ได้เตรียมมอบของขวัญส่งความสุขเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2566 ให้แก่ประชาชน และอำนวยความสะดวกในการเดินทางและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ
รฟม. ได้ร่วมมือกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายขยายเวลาการให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2566 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ
ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบเวลาให้บริการรถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายได้ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT , โมบายแอปพลิเคชั่น Bangkok MRT และ เว็บไซต์ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูล โทร. 02-6245-200
นอกจากนี้ รฟม. ได้ขยายเวลาการให้บริการอาคารและลานจอดแล้วจรทุกแห่ง โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2566 เพื่อให้สอดคล้องตามการให้บริการรถไฟฟ้าสายต่างๆในคืนข้ามปี
ปัจจุบัน รฟม. มีที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ประกอบด้วย อาคารจอดแล้วจร 4 อาคาร ที่สถานีลาดพร้าว สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีหลักสอง (2 อาคาร) และลานจอดแล้วจร 10 ลาน ที่สถานีรัชดาภิเษก สถานีห้วยขวาง สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (2 ลาน) สถานีพระราม 9 สถานีเพชรบุรี สถานีสุขุมวิท สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (2 ลาน)
และสถานีสามย่าน ที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ประกอบด้วย อาคารจอดแล้วจร 4 อาคาร ที่สถานีคลองบางไผ่ สถานีสามแยกบางใหญ่ สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1 ที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ ประกอบด้วย ลานจอดแล้วจร 1 ลาน ที่สถานีเคหะฯ รวมถึงที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ประกอบด้วย อาคารจอดแล้วจร 2 อาคาร ที่สถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการอาคารและลานจอดแล้วจรของ รฟม.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ไลน์แอด @mrtaparking และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 รฟม. ยังได้เตรียมความพร้อมด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานี โดยจัดเจ้าหน้าที่ประจำสถานี และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ดูแลความปลอดภัย พร้อมให้บริการอำนวยความสะดวก ทั้งในภาวะปกติและกรณีฉุกเฉิน โดยมีมาตรการเพิ่มความถี่ในการตรวจตรารักษาความปลอดภัยภายในสถานีตลอด 24 ชั่วโมง และมีการติดตามการทำงาน และเฝ้าระวังผ่านกล้องวงจรปิด CCTV ทั้งภายในสถานีและภายในขบวนรถไฟฟ้า พร้อมทั้งจัดเตรียมขบวนรถเสริมพิเศษ ให้พร้อมบริการกรณีผู้ใช้บริการหนาแน่น ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้โดยสารในการตรวจสัมภาระและ ไม่อนุญาตให้นำวัตถุต้องห้ามเข้ามาในระบบรถไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ระบบ ได้แก่ อาวุธ ของมีคม ลูกโป่ง และพลุดอกไม้ไฟทุกชนิด
ส่งท้ายสำหรับการเดินทางทางน้ำในช่วงเทศกาลปีใหม่ครั้งนี้ เชื่อว่าจะมีประชาชนมาท่องเที่ยวทางน้ำมากขึ้นกว่า 2 – 3 ปีที่ผ่านมา โดย “นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์” รองปลัดกระทรวงคมนาคม และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางน้ำได้จัดเตรียมแผนความปลอดภัย พร้อมทั้งออกประกาศที่ 292/2565 เรื่อง มาตรการความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2566 และประกาศที่ 293/2565 เรื่อง เตือนให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือและใช้เรือ จัดตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสภาพความปลอดภัยของเรือโดยสาร เรือภัตตาคาร และท่าเทียบเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมอัตรากำลังพลรวมทั้งสิ้น 758 นาย เรือรักษาการณ์ 62 ลำ โดยแบ่งเป็น ส่วนกลาง เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ 179 นาย เรือรักษาการณ์ 5 ลำ และส่วนภูมิภาค เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ 579 นาย เรือรักษาการณ์ 57 ลำ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมตามมาตรการรักษาความปลอดภัยทางน้ำ และการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่
นอกจากนี้ยังได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมให้หน่วยงานในสังกัด จท. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตรวจสอบเรือและเครื่องยนต์ให้มีความพร้อมสำหรับการใช้งาน จัดวางอุปกรณ์ช่วยชีวิตและห่วงชูชีพให้อยู่ในพื้นที่ที่ชัดเจน ครบถ้วน แสดงเครื่องหมาย ป้ายต่าง ๆ ให้เห็นเด่นชัด เจ้าของเรือ นายเรือ คนประจำเรือต้องตรวจเช็คอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน คนประจำเรือต้องมีประกาศนียบัตรครบถ้วน ถูกต้อง เพื่อให้การดูแลรักษาความปลอดภัยทางน้ำในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ลดการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำอย่างสูงสุด พร้อมทั้งเน้นย้ำ ขอความร่วมมือประชาชน นักท่องเที่ยว รวมทั้งผู้ประกอบการให้ความสำคัญและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง หากพบเห็นเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยทางน้ำ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน จท. โทร. 1199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ของให้การเดินทางของประชาชนในปีนี้ มีแค่ความสะดวก และปลอดภัย โดยยึดมั่นในคำว่า “ไม่ประมาท”